คู่มือการใช้งาน Thunderbird บน MacBook

คู่มือการใช้งาน Thunderbird บน MacBook แบบละเอียด ครอบคลุมตั้งแต่ติดตั้ง การตั้งค่าอีเมล ไปจนถึงฟีเจอร์หลัก:

1. ดาวน์โหลดและติดตั้ง Thunderbird

เปิด Safari หรือเบราว์เซอร์อื่น ๆ บน Mac

ไปที่ เว็บไซต์ Thunderbird

คลิก Free Download (ระบบจะเลือกเวอร์ชัน macOS ให้อัตโนมัติ)

เมื่อไฟล์ .dmg ดาวน์โหลดเสร็จ

ดับเบิลคลิกไฟล์

ลากไอคอน Thunderbird ไปที่ Applications

เปิด Launchpad → Thunderbird (หรือค้นหาใน Spotlight)

หาก macOS แจ้งเตือนว่าเป็นแอปจากนักพัฒนาที่ไม่รู้จัก ให้ไปที่
System Settings → Privacy & Security → Security → Open Anyway

2. เพิ่มบัญชีอีเมล (Initial Setup)

เมื่อเปิด Thunderbird ครั้งแรก จะมีตัวช่วยตั้งค่า (Account Setup Wizard)

กรอกชื่อ (Name), อีเมล, และรหัสผ่าน

คลิก Continue

Thunderbird จะพยายามค้นหาการตั้งค่าอัตโนมัติ (IMAP/POP/SMTP)

แนะนำใช้ IMAP (ซิงก์แบบเรียลไทม์ระหว่างอุปกรณ์)

POP ใช้เมื่ออยากโหลดอีเมลลงเครื่องเท่านั้น

ตรวจสอบข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ (เช่น Gmail, Outlook, Yahoo)

คลิก Done → อาจต้องเข้าสู่ระบบผ่านเบราว์เซอร์เพื่อยืนยันสิทธิ์ (OAuth)

หากเป็น Gmail ให้ไปที่ Google Account → Security → App Passwords (ถ้าเปิด 2FA) เพื่อสร้างรหัสผ่านแอปแทนรหัสหลัก

3. จัดการอินเตอร์เฟซและโฟลเดอร์

Pane Layout: ไปที่ View → Layout ปรับรูปแบบแผง (Classic / Wide / Vertical)

โฟลเดอร์ (Folders): คลิกขวาที่บัญชี → New Folder เพื่อจัดหมวดหมู่

แท็บ (Tabs): ดับเบิลคลิกอีเมลเพื่อเปิดในแท็บใหม่ (คล้ายเบราว์เซอร์)

ใช้ Quick Filter Bar (Ctrl/Cmd+Shift+K) เพื่อค้นหาอีเมลอย่างรวดเร็ว

4. ส่งและจัดการอีเมล

คลิก Write (เขียน)

กรอกผู้รับ (To), หัวข้อ (Subject), เนื้อหา

แนบไฟล์โดยลากไฟล์มาวาง หรือคลิก Attach

ใช้ Rich Text Toolbar เพื่อจัดรูปแบบ (Bold, Bullet, สี ฯลฯ)

คลิก Send เพื่อส่ง

การตอบกลับ/ส่งต่อ: คลิกขวาที่อีเมล → Reply/Forward

ลบอีเมล: เลือกแล้วกด Delete หรือ Cmd+Delete

5. ปรับแต่ง (Preferences)

ไปที่ Thunderbird → Settings (Preferences)

General: เปลี่ยนธีม, ตั้งค่าแท็บ, แจ้งเตือน

Composition: ตั้งค่าฟอนต์เริ่มต้น, ลายเซ็น (Signature)

Privacy & Security: เปิด/ปิดการโหลดภาพจากภายนอก, ตั้งค่าการเข้ารหัส S/MIME หรือ OpenPGP

Accounts Settings: เพิ่มบัญชีใหม่, เปลี่ยนพอร์ตเซิร์ฟเวอร์, กำหนดโฟลเดอร์เก็บอีเมลที่ส่งแล้ว

6. ฟีเจอร์เสริมและส่วนขยาย (Add-ons)

ไปที่ Tools → Add-ons and Themes

ค้นหาและติดตั้งปลั๊กอิน เช่น

Lightning Calendar (จัดตารางเวลา/ปฏิทิน)

Enigmail (เข้ารหัสอีเมล)

Themes (เปลี่ยนหน้าตาโปรแกรม)

รีสตาร์ท Thunderbird หลังติดตั้งปลั๊กอิน

7. การสำรองและย้ายข้อมูล (Backup/Restore)

โฟลเดอร์โปรไฟล์ (Profile Folder) ของ Thunderbird ใน Mac อยู่ที่:

~/Library/Thunderbird/Profiles/

สำรองโดยการก็อปปี้โฟลเดอร์โปรไฟล์ไปเก็บไว้

เมื่อต้องย้ายไปเครื่องใหม่ ให้วางกลับไปตำแหน่งเดิมแล้วเปิด Thunderbird

8. คีย์ลัดที่ควรรู้

Cmd+N: สร้างข้อความใหม่

Cmd+R: ตอบกลับ

Cmd+Shift+R: ตอบกลับทั้งหมด

Cmd+F: ส่งต่อ

Cmd+Shift+K: แสดง Quick Filter Bar

Cmd+W: ปิดแท็บ

Cmd+Q: ออกจากโปรแกรม

9. เคล็ดลับเพิ่มเติม

หากใช้ Gmail แนะนำให้ไปที่ Settings (Gmail) → Forwarding and POP/IMAP เปิดใช้งาน IMAP ก่อน

ใช้ Tag (ป้ายกำกับ) เพื่อจัดหมวดหมู่อีเมล เช่น สำคัญ, งาน, ส่วนตัว

เปิด Activity Manager (Tools → Activity Manager) เพื่อตรวจสอบสถานะการซิงก์

ตั้ง Message Filters (Tools → Message Filters) เพื่อจัดการอีเมลอัตโนมัติ เช่น ย้ายอีเมลจากผู้ส่งบางคนไปโฟลเดอร์เฉพาะ

เว็บเมลยังเห็นอีเมลเก่าอยู่ แต่ Thunderbird บนเครื่องใหม่ไม่โหลดอีเมลเก่ามา ให้ตรวจสอบและทำตามขั้นตอนนี้:

1. ตรวจสอบว่าใช้ IMAP ไม่ใช่ POP

IMAP = ซิงก์กับเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด (รวมอีเมลเก่า)

POP = โดยปกติจะโหลดเฉพาะอีเมลใหม่ และอาจตั้งค่าให้ลบออกจากเซิร์ฟเวอร์หลังดาวน์โหลด

วิธีตรวจสอบ/แก้ไข

ใน Thunderbird ไปที่ Tools → Account Settings

คลิกบัญชีอีเมล → Server Settings

ดูว่า Server Type เป็น IMAP Mail Server

❌ ถ้าเป็น POP: ลบบัญชีนี้ออก แล้วเพิ่มใหม่โดยเลือก IMAP

✅ ถ้าเป็น IMAP แล้ว: ข้ามไปขั้นถัดไป

2. ซิงก์โฟลเดอร์ให้ครบทุกโฟลเดอร์

คลิกขวาที่ชื่อบัญชีใน Sidebar → เลือก Subscribe…

เลือกโฟลเดอร์ทั้งหมด (Inbox, Sent, Archive, Custom Folders) → Subscribe

จากเมนู File → Offline → Download/Sync Now… เลือก Mail และคลิก OK เพื่อบังคับดาวน์โหลดอีเมลเก่ามาเก็บในเครื่อง

3. ปรับค่า Synchronization & Storage

ไปที่ Account Settings → Synchronization & Storage

ติ๊ก Keep messages for this account on this computer

ตั้ง Disk Space เป็น “Synchronize all messages” หรือ “Keep all messages”

กด OK แล้วรอสักครู่ให้ Thunderbird ดาวน์โหลดอีเมลทั้งหมด

4. ตรวจสอบการกรองวันที่หรือการแสดงผล

ที่มุมขวาบนของรายการอีเมล คลิก View → Sort By → Date และเลือก Descending

ตรวจสอบ Quick Filter Bar (Cmd+Shift+K) ว่าไม่ได้กรองเฉพาะ Unread หรือ Tag ใด ๆ

5. รีเฟรชหรือสร้างโฟลเดอร์ใหม่จากเซิร์ฟเวอร์

คลิกขวาที่ Inbox → เลือก Properties → Repair Folder → OK

Thunderbird จะรีอินเด็กซ์โฟลเดอร์และดึงอีเมลใหม่

6. หากยังไม่โหลด

ปิด Thunderbird → ไปที่

~/Library/Thunderbird/Profiles/xxxx.default-release/ImapMail/

ลบไฟล์ .msf ของโฟลเดอร์ที่มีปัญหา (เช่น Inbox.msf) → เปิด Thunderbird อีกครั้ง

หรือ ลองลบแล้วเพิ่มบัญชีใหม่อีกครั้ง โดยยืนยันว่าเลือก IMAP และใช้รหัสผ่าน/การยืนยัน OAuth ตามเว็บเมล

7. สำหรับกรณีใช้ Gmail

ไปที่ Gmail Settings → Forwarding and POP/IMAP → ตรวจสอบว่า Enable IMAP เปิดใช้งานอยู่

ใน Thunderbird OAuth ให้เข้าสู่ระบบและอนุญาตสิทธิ์อีกครั้ง

ทำตามขั้นตอนนี้ Thunderbird บนเครื่องใหม่จะซิงก์และแสดง อีเมลเก่า ทั้งหมดตามที่ปรากฏบนเว็บเมลครับ ✅